คำถาม: ช่วยเล่าความเป็นมาของ "ไอทีแม่บ้าน" ไอทีแม่บ้าน เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ด้วยครับ
ตนเองเริ่มจากการเป็นแม่บ้านที่อยู่ที่บ้านเฉยๆ ไม่ได้เรียนสูงอะไรมากมาย ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร สำหรับเรื่องคอมพิวเตอร์ตัวเองก็เคยใช้คอมฯเพื่อ Social Media คุยเล่นๆ กับกลุ่มแม่บ้านคนไทยเหมือนกัน สนุกไปวันๆ แต่ก็เห็นว่ามีการฝากขายสินค้า การทำธุรกิจ ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ผ่านช่องทางนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องจากมีความสนใจในการค้าขาย และทำธุรกิจ อยากทำธุรกิจอะไรที่เป็นของตนเองและพบว่า การลงทุนทำธุรกิจอย่างใด อย่างหนึ่ง ตามปกติต้องใช้เงินทุนสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การลงทุนในการซื้อ หรือเช่าที่ดินเพื่อทำเป็นที่ตั้งบริษัท และ ต้องมีค่าใช้ใช้จิปาถะในการดูแลออฟฟิตอยู่เป็นประจำทุกเดือน รวมถึงจะต้องมีค่าใช้ในเรื่องจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการ เก็บสต๊อกสินค้า และอื่นๆอีกมากมาย และพบว่าในโลกยุคปัจจุบันการทำธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมไปอย่างมากมาย จากเดิมที่ต้องเปิดร้านค้าจริงๆ ต้องมีสถานที่จริงๆ มีระบบการทำงาน ที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้การเริ่มทำธุรกิจทำได้ยากมีต้นทุนที่สูง มาเป็นการทำธุรกิจโดยใช้การทำธุรกิจออนไลน์ซึ่งทำได้ง่ายกว่า มี่ต้นทุนที่ต่ำกว่า ความยุ่งยากน้อยกว่า และนับวันระบบธุรกิจออนไลน์จะมีบทบาทต่อการซื้อขายสินค้ามากขึ้นทุกๆวัน เพราะผู้ประกอบการสามารถเริ่มทำธุรกิจได้ง่าย เร็วและกว้างขึ้นกว่าเดิม และหากยิ่งมองไปไกลขึ้นที่ต้นปีหน้า AEC ก็กำลังจะเปิดเต็มตัว ประเทศไทยกำลังจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งแน่นอนจะต้องมีนักธุรกิจจากทั่วโลก เข้ามาลงทุน และทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างอีกมากมาย ทำให้เห็นว่าเราคนไทย หากไม่พัฒนาตัวเอง ไม่ปรับตัวเอง ไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในอนาคตเราคงหนีไม่พ้นที่คนไทยจะต้องทำงานเป็นลูกจ้างเขาแต่เพียงอย่างเดียว ตัวเอง จึงไปเรียน และอบรมตั้งแต่การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้นการสร้างเว็ปไซด์ การใช้ เฟสบุ๊ค หรือแม้กระทั่งการขายของผ่านเว็บไซด์ ต่างๆ การซื้อขายของโดยใช้เว็บดังๆ เช่น อีเบย์ จากศูนย์ต่างๆซึ่งพบว่า ผู้ที่เข้าอบรมจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ในจุดนี้ค่อนข้างสูง แถมคนส่วนมากจำนวนหนึ่งเรียนมาแล้ว ไม่สามารถต่อยอดธุรกิจได้ ลองลงทุนทำธุรกิจแล้วพบว่ามันก็ไม่ง่ายที่จะทำธุรกิจด้านนี้ให้ประสบความสำเร็จ พอดีได้โอกาสไปร่วมงานเป็นตัวแทนในการจัดหาคู่ให้กับผู้หญิงไทยที่สนใจจะแต่งงานกับคนญี่ปุ่น จึงได้ใช้ Marketing online เป็นหลัก พบว่าได้ผลตอบรับอย่างดียิ่ง จนเป็นตัวแทนที่มีผลงานสูงสุดในระดับ top ของบริษัท และตัวเองก็ได้มีโอกาสเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องการทำการตลาดออนไลน์อยู่ตลอดเวลา จนเห็นว่าความรู้ และประสบการณ์จากการทำตรงนี้อาจสื่อสารต่อให้กับคนไทยทั่วไป โดยการเปิดคอร์สสอนโดยคิดค่าเรียนที่ไม่สูง และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดแบบญาติมิตร และเพื่อนฝูง ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างเครือข่ายในการช่วยพัฒนานักธุรกิจรายย่อยทั้งรุ่นเก่า หรือ นักธุรกิจหน้าใหม่ ที่ยังขาดความรู้ด้านนี้ ที่จะได้มีโอกาสพัฒนาทั้งตัวเอง ซึ่งจะช่วยยกระดับให้กับพ่อค้ารายเล็กๆของคนไทยให้มีศักยภาพที่ดี และสูงขึ้น สามารถต่อสู้กับนักธุรกิจต่างประเทศที่กำลังจะหลั่งไหลมาทำธุรกิจในประเทศไทยในอนาคตได้ จาก การเปิดสอนที่ผ่านมาได้ประมาณ 3 เดือน ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ซึ่งไม่ใช่ในเรื่องเงินทอง แต่เป็นเรื่องที่คนที่มาเรียนซึ่งมีตั้งแต่อายุน้อยๆไปจนถึงอายุ 70 กว่าๆ มีทุกอาชีพ ในกรุงเทพ และต่างจังหวัด มีการบอกต่อ และแนะนำต่อๆกัน มีบางบริษัทที่มีสินค้าให้ผู้สนใจจัดจำหน่ายก็ได้ส่งคู่ค้าให้เข้ามาเรียน รู้เพื่อให้ผู้ร่วมลงทุนนำไปใช้ในเชิงการทำตลาดออนไลน์ได้ ให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น แนวทางในอนาคต แม่บ้านไอที จะพัฒนาคอร์สการทำตลาดออนไลน์ในเชิงกว้างให้มากขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัว ของการทำธุรกิจซึ่งจะต้องมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตค่ะ
ไอทีแม่บ้านให้สัมภาษณ์รายการคู่ข่าว เสาร์-อาทิตย์ ช่วงสกู๊ปพิเศษอ้อแอ้พาไปดู ฮะ

.jpg)







.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น